1.ชื่อโครงการ

โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ จังหวัดนครพนม

2.ประเภทโครงการ

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งสำนักงาน กปร. ได้กำหนดที่มา ดังนี้

- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมวงศานุวงศ์ พระราชทาน พระราชดำริโดยตรง

3.พระราชดำริ

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน  2535  สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรที่บ้านทันสมัย ตำบลมหาชัย อำเภอปลาปาก จังหวัดนครพนม ทรงตรัสถามถึงสภาพความเป็นอยู่ของราษฎรกับพันตรีปรีดา นิสสัยเจริญ  ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม (ในขณะนั้น) และนายมนตรี เชียงอารีย์ ป่าไม้จังหวัดนครพนม  หลังจากที่ทรงได้ทราบว่าราษฎรได้เข้าไปยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงบ้านโพนสว่าง – ป่าปลาปาก  ทรงมีความห่วงใยถึงความเป็นอยู่ของราษฎร ถ้าหากว่าทางราชการไม่เข้าไปจัดการส่งเสริมแนะนำ ราษฎรก็จะทำการแผ้วถางป่าที่เหลืออยู่จนหมดไปเช่นที่อื่นๆ ความเดือดร้อนของราษฎรอันเกิดความแห้งแล้งอุทกภัยอื่น ๆ ก็จะเกิดขึ้นตามมาทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้จังหวัดนครพนม  ดำเนินโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ขึ้น เพื่อที่จะได้ช่วยกันอนุรักษ์สภาพป่าให้มีความสมบูรณ์ต่อไป

4. หน่วยงานเจ้าของโครงการ

สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10  กลุ่มประสานงานโครงการพระราชดำริ

กรมอุทยานแห่งชาติ  สัตว์ป่า  และพันธุ์พืช

5. ที่ตั้ง / ขอบเขตพื้นที่ดำเนินการ

5.1  โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่  จังหวัดนครพนม

บ้านทันสมัย  หมู่ที่  7  ตำบลมหาชัย  อำเภอปลาปาก จังหวัดนครพนม

ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงบ้านโพนสว่าง - ป่าปลาปาก ท้องที่ตำบลมหาชัย

กุรุคุ   ปลาปาก   และท้องที่อำเภอปลาปาก  และอำเภอเมือง จังหวัดนครพนม มีเนื้อที่  63,750  ไร่

และมีหมู่บ้านในเขตพื้นที่บริการจำนวน  18  หมู่บ้าน

6. ความเป็นมา

เมื่อวันที่  8   มิถุนายน  2535  สมเด็จพระนางเจ้า ฯ  พระบรมราชินีนาถ  ได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรที่บ้านทันสมัย  ตำบลมหาชัย  อำเภอปลาปาก  จังหวัดนครพนม ทรงตรัสถามถึงสภาพความเป็นอยู่ของราษฎรกับพันตรีปรีดา นิสสัยเจริญ  ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม (ในขณะนั้น) และนายมนตรี เชียงอารีย์ ป่าไม้จังหวัดนครพนม

ทรงมีความห่วงใยถึงความเป็นอยู่ของราษฎร  จึงทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้จังหวัดนครพนม ดำเนินโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ขึ้น   ซึ่งเริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2535 เป็นการได้รับการอนุมัติโครงการและเงินงบประมาณ  ป่าดงบ้านโพนสว่าง - ป่าปลาปาก มีพื้นที่ทั้งสิ้น  63,750  ไร่ มีหมู่บ้านที่อยู่ในพื้นที่ 7 หมู่บ้าน และหมู่บ้านที่อยู่รอบนอกบริเวณอีก 11 หมู่บ้านรวม ทั้งหมด  18 หมู่บ้าน

7. วิสัยทัศน์

เป็นแหล่งเรียนรู้และพัฒนาอาชีพด้านการเกษตรให้ราษฎรในพื้นที่ “ อนุรักษ์ป่าให้อยู่คู่ชุมชน

เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์  และมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ” รวมถึงการมีทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่เดิมให้คงอยู่ตลอดไป

8.

1.  ส่งเสริมพัฒนาอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับราษฎรในท้องถิ่น

2.  ส่งเสริมการทำประโยชน์ในที่ดินทำกินให้เกิดประโยชน์สูงสุด

3.  พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นแก่ราษฎร

4.  เพื่อศึกษาและฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อม

5.  ส่งเสริมให้ราษฎรปลูกป่าเพื่อลดความเสื่อมโทรมของป่าไม้ในท้องถิ่น

6.  เป็นการสร้างจิตสำนึกให้ราษฎรในท้องถิ่นมีความรักป่าและรักธรรมชาติ

7.  ส่งเสริมให้ราษฎรมีความรักความสามัคคีกัน โดยการมีส่วนร่วมในการปลูกป่า

8.  เพื่อป้องกันรักษาป่าที่มีอยู่เดิมไม่ให้ถูกทำลายไปมากกว่าที่เป็นอยู่

เป้าหมาย

ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงบ้านโพนสว่าง-ป่าปลาปากท้องที่อำเภอปลาปากและอำเภอเมือง จังหวัดนครพนม   มีเนื้อที่ทั้งหมด  63,750  ไร่ และมีหมู่บ้านในเขตพื้นที่บริการจำนวน 18 หมู่บ้าน

9. ระยะเวลาดำเนินการ

ปีที่เริ่ม  พ.ศ.  2537   ปีที่สิ้นสุด พ.ศ.  อยู่ระหว่างดำเนินการ

10. ข้อมูลพื้นฐาน

10.1  พื้นที่ดำเนินการ

ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบสูงโคราช  ถูกแบ่งออกด้วยเทือกเขาที่เกิดจากโครงสร้างชั้นหินโค้งรูปประทุนลูกฟูกที่มีแกนวางตัวอยู่ในแนวทิศตะวันตกเฉียงเหนือ - ตะวันออกเฉียงใต้ทำให้ส่วนทางด้านทิศเหนือ เกิดแอ่งย่อยอุดร - สกลนคร หรือที่เรียกว่า แอ่งสกลนคร และทางด้านใต้เกิดแอ่งย่อยโคราช-อุบลฯ หรือที่เรียกว่า แอ่งโคราช ปัจจุบันป่าสงวนแห่งชาติป่าดงบ้านโพนสว่าง - ป่าปลาปาก พื้นที่โดยทั่วไปเป็นป่าเต็ง-รัง สภาพดินโดยส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นดินลูกรัง หน้าดินตื้นมีความชื้นในดินและความอุดมสมบูรณ์ต่ำ พรรณไม้ที่พบโดยทั่วไปคือ ไม้เต็ง ไม้รัง ไม้เหียง ไม้แดง ไม้ประดู่ ไม้มะม่วงป่า ไม้กระบก ไม้ยางนา ไม้ตะเคียน เป็นต้น  สัตว์ป่าที่พบเห็นเป็นประจำคือ งู กระต่าย กระแต กระลอก นก หนู กิ้งก่า เป็นต้น

10.2  สภาพเศรษฐกิจทางสังคม

หมู่บ้านในพื้นที่ของโครงการมีทั้งหมด  18  หมู่บ้าน

จำนวนครัวเรือน 18 หมู่บ้านมี 2,999 ครัวเรือน

จำนวนประชากรทั้งหมด 18 หมู่บ้านมี 13,435 คน  แบ่งเป็นชาย 6,554 คน หญิง 6,881 คน

-  ราษฎรส่วนใหญ่เป็นคนเผ่า  กะเลิง  ย้อ  ภูไท  ลาว  โซ่

-  อาชีพหลักคือ  ทำนา

-  อาชีพรองคือ  ทำสวน  รับจ้างทั่วไป

-  รายได้เฉลี่ย  63.8      บาท/คน/วัน

                     1916.6     บาท/คน/เดือน

                      23,000    บาท/คน/ปี

-   ราษฎรส่วนใหญ่นับถือ  ศาสนาพุทธ

-   ประเพณีที่จัดทำขึ้นเป็นประจำทุกปีคือ  บุญประจำปี บุญประทายข้าวเปลือก บุญมหาชาติ

    บุญสงกรานต์ และงานนมัสการพระธาตุมหาชัย

-   สถานที่ที่สำคัญและนับถือคือ วัด  ศาลเพียงตา

-   แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในพื้นที่โครงการคือ  พระธาตุมหาชัย

10.3  สภาพภูมิอากาศ

สภาพภูมิอากาศสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ฤดู คือ

  1. ฤดูร้อน อากาศร้อนอบอ้าว และแห้งแล้ง ซึ่งเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-เดือนเมษายน อุณหภูมิเฉลี่ย 25-35 องศาเซลเซียส และมีอุณหภูมิสูงสุดอยู่ระหว่าง 37-40 องศาเซลเซียส
  2. ฤดูฝน มีฝนตกชุก ฝนตกตามฤดูกาล ซึ่งเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-เดือนกันยายน ซึ่งในปี 53 ฝนตก  129 วัน  เฉลี่ยปริมาณน้ำฝนทั้งปี 1,862 มิลลิเมตร
  3. ฤดูหนาว อากาศหนาวเย็นจัด ซึ่งเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม-เดือนมกราคมของทุกปี โดยทั่วไปอากาศจะหนาวเย็นอุณหภูมิเฉลี่ย 16-25 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ในช่วงระหว่าง 8-15 องศาเซลเซียส                  

ข่าวสารล่าสุดจากส่วนประสานงานโครงการพระราชดำริ

  • วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 เวลา 14.00-16.30 น. นายชัยพิชิต สอนสมนึก ผู้อำนวยการส่วนประสานโครงการพระราชดำริและกิจการพิเศษ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 (อุดรธานี) และคณะ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงาน ตามแผนงานงบประมาณ ประจำปี พ.ศ. 2563 และม

  • ได้จัดพิธีลงนามถวายพระพรเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันที่ 12 ส.ค. 61 ณ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ จังหวัดนครพนม

  • โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ จังหวัดนครพนม ให้การต้อนรับ พลเอกพัฒนา มาตร์มงคล ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกองทัพบก

  • โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ จังหวัดนครพนม ให้การต้อนรับ พลโท ธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมคณะ ได้มาตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงานโครงการไทยนิยม ยั่งยืน

เข้าดูทั้งหมด

ข่าวสารอื่นๆจากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 อุดรธานี