โครงการสำรวจแมลงป่าในพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ

30 มกราคม 2014

วัตถุประสงค์

๑. เพื่อสำรวจชนิดแมลงป่าไม้ในพื้นที่ป่าประเภทต่างๆ

๒.เพื่อศึกษาชีววิทยาของแมลงป่าไม้ที่สำคัญบางชนิด

๓. เพื่อสำรวจชนิดปลวกในพื้นที่ป่าประเภทต่างๆ    

วิธีศึกษา

๑.        วิธีการดำเนินงาน

๑.๑ การสำรวจปลวก

             ๑.๑.๑ กำหนดแนวสำรวจ (line transect)   ในแปลงถาวรศึกษาตัวชี้วัดด้านป่าไม้ที่เป็น เต็งรัง  ๑ แปลง และป่าเบญจพรรณ ๑ แปลง โดยที่แนวสำรวจมีความยาว  ๕๐ เมตร กว้าง ๒ เมตร จำนวน ๑ แนวสำรวจ/แปลง

             ๑.๑.๒ สุ่มเก็บตัวอย่างปลวกตามแนวสำรวจที่กำหนดไว้ โดยสำรวจตามแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหาร เช่น รังบนดิน รังใต้ดิน รังบนต้นไม้ ท่อนไม้ กิ่งไม้ และใบไม้ที่หักร่วงหล่นทับถมกันอยู่ตามพื้นดิน  เก็บตัวอย่างปลวกวรรณะทหารและวรรณะปลวกงานดองในแอลกอฮอล์ ๘๐% พร้อมบันทึกวันเดือนปี และพื้นที่สำรวจ ทำการสำรวจ ๒ ครั้ง ในเดือนมกราคม และมิถุนายน ๒๕๕๖

            ๑.๑.๓ นำตัวอย่างปลวกไปจำแนกชนิดโดยใช้ลักษณะทางสัณฐานวิทยาของปลวกวรรณะทหารในห้องปฏิบัติการ ตามคู่มือการจำแนกชนิดปลวกของ Ahmad (๑๙๖๕) และ Tho (๑๙๙๒)

๑.๒ สำรวจผีเสื้อกลางวัน

            ๑.๒.๑ กำหนดแนวสำรวจ (line transect) ในแปลงถาวรศึกษาตัวชี้วัดด้านป่าไม้ที่เป็นเต็งรัง ๒ แปลง และป่าเบญจพรรณ ๒ แปลง โดยที่แนวสำรวจมีความยาว ๕๐ เมตร กว้าง ๒ เมตร จำนวน ๒ แนวสำรวจ รวมระยะทาง ๑๐๐ เมตร/แปลง และทำการสำรวจผีเสื้อกลางวันตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติอีก ๑ เส้นทาง

            ๑.๒.๒ เก็บตัวอย่างผีเสื้อกลางวัน โดยใช้สวิงโฉบจับผีเสื้อกลางวันตามแนวสำรวจที่ได้กำหนดไว้ โดยทำการสำรวจในช่วงเช้า ตั้งแต่เวลา

ประมาณ ๑๐.๐๐ -๑๒.๐๐ น. สำรวจเดือนละ ๑ ครั้ง ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ – กรกฎาคม ๒๕๕๖

            ๑.๒.๓ จำแนกชนิดผีเสื้อกลางวันในห้องปฏิบัติการ โดยใช้คู่มือการจำแนกชนิด Butterfly in Thailand เล่มที่ ๑-๖ ของ Pinratana

๑.๓ สำรวจมด

            ๑.๓.๑ กำหนดแนวสำรวจ (line transect) ในแปลงถาวรศึกษาตัวชี้วัดด้านป่าไม้ที่เป็นเต็งรัง ๒ แปลง และป่าเบญจพรรณ ๒ แปลง โดยที่แนวสำรวจมีความยาว ๕๐ เมตร จำนวน ๒ แนวสำรวจ รวมระยะทาง ๑๐๐ เมตร/แปลง

            ๑.๓.๒ วางกับดักหลุม (Pitfall trap) แบบไม่มีเหยื่อ ทุกระยะ ๑๐ เมตรตามแนวสำรวจ ใช้เวลาในการวางกับดักทิ้งไว้ ๑ คืน จึงเก็บกับดักและตัวอย่างมด ใส่ขวดบรรจุแอลกอฮอล์๘๐% พร้อมบันทึกข้อมูลใส่ลงในขวดดองแอลกอฮอล์และนำไปจำแนกชนิดต่อไป

๑.๓.๓ นำตัวอย่างมดไปจำแนกชนิดในระดับสกุล ตามคู่มือจำแนกสกุลมดในประเทศไทย     ขององค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช)

๑.๔ การสำรวจผีเสื้อกลางคืนและด้วง

                   ๑.๔.๑ ใช้กับดักแสงไฟสีม่วง (Black light) ล่อให้ผีเสื้อกลางคืนและด้วงขนาดใหญ่บินเข้ามาเล่นแสงไฟ โดยใช้ร่วมกับฉากผ้าสีขาว ซึ่งจะทำให้แสงสะท้อนไปได้ไกลและเมื่อแมลงบินมาเกาะจะเห็นได้ง่าย เก็บข้อมูลตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๕๖

                   ๑.๔.๒ ทำการบันทึกข้อมูลประจำตัวแมลงที่เก็บได้ในแต่ละวัน และนำตัวอย่างแมลงไปจัดรูปร่างเพื่อเก็บรักษาแบบแห้ง

                   ๑.๔.๓ จำแนกชนิดผีเสื้อกลางคืนในห้องปฏิบัติการ ตามคู่มือการจำแนกชนิด Moth of Thailand   และ จำแนกด้วงตามคู่มือการจำแนกชนิด  Beetle of Thailand.

๑.   พื้นที่สำรวจ

                 ๒.๑ สังคมพืชป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณในแปลงถาวรศึกษาตัวชี้วัดด้านป่าไม้ของศูนย์ศึกษาพัฒนา     ภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร จำนวน ๔ แปลง

                 ๒.๒ เส้นทางศึกษาธรรมชาติของศูนย์ศึกษาพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร

 ผลการศึกษาและวิจารณ์ผล

1. ปลวก

             จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างปลวกในพื้นที่ป่าเต็งรังและเบญจพรรณ จำนวน ๒ ครั้งในเดือนมกราคม และมิถุนายน ๒๕๕๖ สามารถจำแนกชนิดปลวก

ได้ทั้งหมด  ๑๓  ชนิด ๑๑  สกุล

2.ผีเสื้อกลางวัน

              จากการสำรวจผีเสื้อกลางวันในพื้นที่ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ – กรกฎาคม ๒๕๕๖ สามารถจำแนกผีเสื้อกลางวันได้ ทั้งหมด ๖๔ ชนิด ๓๘ สกุล

              ผลการสำรวจผีเสื้อกลางวันในพื้นที่ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ      ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ – กรกฎาคม ๒๕๕๖ พบผีเสื้อกลางวันทั้งหมด  ๖๔ ชนิด  ๓๘ สกุล   จัดอยู่ใน ๙ วงศ์ (ตารางที่ ๓ และ ภาพที่ ๙)  และพบว่า ในพื้นที่ป่าเต็งรัง มีชนิดผีเสื้อกลางวันมากที่สุดคือ  ๔๓ ชนิด ผีเสื้อแพนซีมยุรา  (Junonia almana apmana)  เป็นผีเสื้อกลางวันที่พบบ่อยที่สุด และ ผีเสื้อกลางวันที่พบบ่อยรองลงมา  คือ  ผีเสื้อหนอนคูนเหลือง (Cotopsilia scylla cornelia)  ในป่าเบญจพรรณพบชนิดผีเสื้อกลางวันอันดับรองลงมา คือ ๓๔ ชนิด  โดยมีผีเสื้อหนอนคูนธรรมดา  (Catopsilla pomona pomona)  เป็นผีเสื้อกลางวัน      ที่สามารถพบได้บ่อยที่สุดในพื้นที่ และผีเสื้อกลางวันที่พบบ่อยรองลงมา คือ  ผีเสื้อม้าลายจุด (Graphium antiphater pompitius) สำหรับเส้นทางศึกษาธรรมชาติ พบผีเสื้อกลางวันทั้งหมด    ๒๗    ชนิด   ผีเสื้อกลางวันที่พบได้บ่อยที่สุด คือ ผีเสื้อหางตุ้มจุดชมพู  (Papilio aristolochiae goniopeltis) ผีเสื้อกลางวันที่พบรองลงมา  คือ  ผีเสื้อหนอนคูนเหลือง (Catopsilia scylla cornelai)  

              นอกจากนั้น ยังพบว่า ในพื้นที่ที่ทำการศึกษา มีผีเสื้อกลางวัน  ๖ ชนิดที่จัดอยู่ในประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำหนดชนิดสัตว์ป่าและซากสัตว์ป่าที่ห้ามนำเข้าหรือส่งออก       พ.ศ. ๒๕๔๘   กลุ่มที่ ๒ ชนิดสัตว์ป่าและซากของสัตว์ป่าที่มิใช่สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง และมิใช่สัตว์ป่าท้ายบัญชีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ  ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES)   ได้แก่ ผีเสื้อถุงทองธรรมดา (Troides aeacus thomsoni) ผีเสื้อหางดาบธรรมดา (Graphium antiphater pompitius) ผีเสื้ออ๊าซดุ๊คธรรมดา (Lexias pardalis jadeitina) ผีเสื้อโยมา (Madoza procris procris) ผีเสื้อใบไม้ (Kallima sp.) และผีเสื้อหนอนใบรักฟ้าใหญ่ (Tirumala septentricnis septentricnis)   ถึงแม้ว่าผีเสื้อกลางวันในกลุ่มนี้จะสามารถพบเห็นได้บ่อย แต่เป็นเสื้อขนาดใหญ่และมีความสวยงาม หากมีการจับเพื่อการค้าขายโดย    ไม่มีการควบคุมอาจทำให้เกิดการสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติดได้  ดังนั้นหากผู้ใดต้องการนำเข้าหรือส่งออกต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี

3. มด

             จากการสำรวจและเก็บตัวอย่างมดในพื้นที่ป่าเต็งรังและเบญจพรรณ จำนวน ๔ ครั้ง สามารถจำแนกชนิดมดทั้งหมดได้ ๓๒ ชนิด  ๒๒ สกุล จัดอยู่ใน ๖ วงศ์ย่อย และยังไม่สามารถจำแนกชนิดได้อีก ๒ ชนิด ดังแสดงตามตารางที่ ๓  และ ภาพที่ ๑๐

             ผลจากการสำรวจในพื้นที่ป่าเต็งรังและเบญจพรรณ จำนวน ๔ ครั้ง ในเดือนมกราคม มีนาคม พฤษภาคม และกรกฎาคม ๒๕๕๖ (ตารางที่ ๓) สามารถจำแนกชนิดมดได้ทั้งหมด ๓๒ ชนิด  ๒๒ สกุล จัดอยู่ใน ๖ วงศ์ย่อย ได้แก่ วงศ์ย่อยมดก้นห้อย (Family Dolichoderidinae ) ๓ ชนิด  วงศ์ย่อยมดค่อม (Family Ectatomminae) ๒ ชนิด วงศ์ย่อยมดแดง (Family Formicinae) ๘ ชนิด วงศ์ย่อยมดคันไฟ (Family Myrmicinae ) ๘ ชนิด วงศ์ย่อยมดไอ้ชื่น (Family Ponerinae) ๘ ชนิด วงศ์ย่อยมดตะนอย (Family Psuedomyrmecinae) ๑ ชนิด และยังไม่สามารถจำแนกชนิดได้อีก ๒ ชนิด  มดที่พบได้บ่อยที่สุดทั้งในป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ คือ สกุลมดหนามคู่ (Diacamma) รองลงมาคือ สกุลมดไอ้ชื่น (Odontoponera) และสกุลมดคัน (Pheidole)

4. ผีเสื้อกลางคืนและด้วง

              การสำรวจผีเสื้อกลางคืนและด้วงในบริเวณศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯโดยใช้กับดักแสงไฟ ทำการเก็บข้อมูลตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๕๖ สามารถจำแนกชนิดผีเสื้อกลางคืนในเบื้องต้นได้ทั้งหมด ๘ ชนิด  เป็นผีเสื้อกลางคืนในวงศ์ผีเสื้อหนอนกะทู้ (Family Noctuidae) ๔ ชนิด  ได้แก่ ผีเสื้อ Peridrome subfascia  ผีเสื้อ Asota ficus ผีเสื้อ Neochera dominia ผีเสื้อ Eudocima falonia  เป็นผีเสื้อที่อยู่ในวงศ์ผีเสื้อเหยี่ยว (Family Sphingidae) ๒ ชนิด ได้แก่ ผีเสื้อ Callambulyx Amanda  ผีเสื้อมอธเหยี่ยวบอนเขียว (Pergesa acteus)  และผีเสื้อในวงศ์ผีเสื้อยักษ์ (Family Satunidae) ๒ ชนิด ได้แก่ ผีเสื้อ Antheraea frithi pedunculata และผีเสื้อยักษ์ (Attacus atlas)

             สำหรับผลการสำรวจด้วงในเบื้องต้น พบด้วงทั้งหมด ๙  ชนิด  เป็นด้วงที่อยู่ในวงศ์ด้วง   หนวดยาว (Family Cerambycidae) ๖ ชนิด ได้แก่ ด้วงหนวดยาวสลักกา (Xoanodera striata) ด้วงหนวดปมจุดเหลืองดำ (Aristobia approximator)  ด้วงหนวดปมสีตาลแดง (Aristobia horridula)  ด้วงหนวดยาวหลังขนแถบ (Moechotypa suffue)  และด้วงหนวดยาวขีดเขียวกลาง (Xystrocera globosa ) พบด้วงในวงศ์ด้วงมูลสัตว์ (Family Scarabacidae) ๒ ชนิด ได้แก่ ด้วงคางคกขายาวหนวดเหลือง (Gymnopleurus aethiops) ด้วงขี้หมู (Catharius molossus) และพบด้วงในวงศ์ด้วงเสือ (Family Cicindelidae) ๑ ชนิด คือ ด้วงเสือสามจุดเหลืองธรรมดา(Cosmodela aurulenta juxtata)

สรุป

                  ๑.พบชนิดปลวกทั้งหมด ๑๓ ชนิด ๑๑ สกุล จัดอยู่ใน ๓ วงศ์ย่อย ได้แก่ วงศ์ย่อย Macrotermitinae  ๗ ชนิด วงศ์ย่อย Termitinae ๕ ชนิด และวงศ์ย่อย Apicotermitinae ๑ ชนิดปลวกชนิดเด่นที่พบในป่าเต็งรัง คือ ปลวกเพาะเลี้ยงเชื้อราชนิด Microtermes obesi และปลวกกินเนื้อไม้ชนิด Microcerote crassus สำหรับในป่าเบญจพรรณ มีปลวกเพาะเลี้ยงเชื้อราชนิด Hypotermes makhamensis เป็นปลวกเด่นที่พบในพื้นที่

                 ๒.พบผีเสื้อกลางวันทั้งหมด ๖๔ ชนิด ๓๘ สกุล จัดอยู่ใน ๙ วงศ์  ในพื้นที่ป่าเต็งรังพบผีเสื้อกลางวันมากที่สุด ๔๓ ชนิด มีผีเสื้อแพนซีมยุรา (Junonia almana apmana) เป็นผีเสื้อกลางวันที่พบบ่อยที่สุด ในป่าเบญจพรรณพบผีเสื้อกลางวันเป็นอันดับรองลงมา ๓๔ ชนิด  โดยมีผีเสื้อหนอนคูนธรรมดา (Catopsilla pomona pomona) เป็นผีเสื้อกลางวันที่พบได้บ่อยที่สุด และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ พบผีเสื้อกลางวันทั้งหมด ๒๗ ชนิด มีผีเสื้อหางตุ้มจุดชมพู  (Papilio aristolochiae goniopeltis) เป็นผีเสื้อกลางวันที่พบได้บ่อยที่สุด

                 ๓.พบมดทั้งหมด ๓๒ ชนิด  ๒๒ สกุล จัดอยู่ใน ๖ วงศ์ย่อย ได้แก่ วงศ์ย่อยมดก้นห้อย (Family Dolichoderidinae) ๓ ชนิด  วงศ์ย่อยมดค่อม (Family Ectatomminae) ๒ ชนิด วงศ์ย่อยมดแดง (Family Formicinae) ๘ ชนิด วงศ์ย่อยมดคันไฟ (Family Myrmicinae ) ๘ ชนิด วงศ์ย่อยมดไอ้ชื่น (Family Ponerinae) ๘ ชนิด วงศ์ย่อยมดตะนอย (Family Psuedomyrmecinae) ๑ ชนิด และยังไม่สามารถจำแนกชนิดได้อีก ๒ ชนิด

                 ๔.พบผีเสื้อกลางคืนทั้งหมด ๘ ชนิด  อยู่ในวงศ์ผีเสื้อหนอนกะทู้ (Family Noctuidae) ๔ ชนิด     วงศ์ผีเสื้อเหยี่ยว (Family Sphingidae) ๒ ชนิด และวงศ์ผีเสื้อยักษ์ (Family Satunidae) ๒ ชนิด

                ๕.พบด้วงทั้งหมด ๙  ชนิด  อยู่ในวงศ์ด้วงหนวดยาว (Family Cerambycidae) ๖ ชนิด             วงศ์ด้วงมูลสัตว์ (Family Scarabacidae) ๒ ชนิด และวงศ์ด้วงเสื้อ (Family Cicindelidae) ๑ ชนิด

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

          ๑.ทราบจำนวนชนิดแมลงป่าไม้ในพื้นที่ป่าประเภทต่างๆ

          ๒.ทราบจำนวนชนิดปลวกในพื้นที่ป่าประเภทต่างๆ

          ๓.ทราบข้อมูลทางชีววิทยาและนิเวศวิทยาของแมลงป่าไม้ที่สำคัญบางชนิด

 


 


แสดงความเห็นต่อข่าวนี้

  • ความคิดเห็นที่ 1

    การจัดการเก็บข้อมูลของแมลงท่ีเกี่ยวกับความชุกชุมในแต่ละชนิด เพื่อเป็นฐานในการกำหนดกลยุทธ์สำหรับงานสร้างจิตสำนึกรักษ์ธรรมชาติ การท่องที่ยวเชิงนิเวศ และ การจัดการสัตว์ป่าในพื้นท่ีอุทยานแห่งชาติ



  • วันนี้ (21 พฤษภาคม 2563 .) นายชัยพิชิต สอนสมนึก ผู้อำนวยการส่วนประสานโครงการพระราชดำริและกิจการพิเศษ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 (อุดรธานี) และคณะ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงาน ตามแผนงานงบประมาณ ประจำปี พ.ศ. 2563

  • วันที่ 20​ พฤษภาคม 63 เวลา 09.00 น. นายชัยพิชิต สอนสมนึก ผู้อำนวยการส่วนประสานโครงการพระราชดำริและกิจการพิเศษ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 (อุดรธานี) และคณะ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงาน ตามแผนงาน   งบประมาณ ประจำปี พ.ศ. 2563 และมาตราก

  • กิจกรรมยึดคืนพื้นที่ป่า ตัดฟันไม้ยางพาราตามมาตรา 22 และปลูกป่าฟื้นฟู

  • โครงการพัฒนาและฟื้นฟูสภาพป่าพื้นที่โครงการป่ารักน้ำฯบ้านถ้ำติ้ว จังหวัดสกลนคร จัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อปลูกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ระหว่างวันที่ 23-26 กันยายน พ.ศ.2557